ดูแลตัวเองในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

ดูแลตัวเองในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เมื่อพูดถึงการระบาดของไวรัสโคโรนา 19 หรือ Covid-19 ซึ่งเปรียบเสมือนปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของโลกครั้งหนึ่งก็ว่าได้ การระบาดนี้ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่ทุก ๆ คนเป็นอย่างมาก ทั่วโลกต่างต้องรับมือกับการป้องกันและรักษาโรคที่มาจากเชื้อไวรัสซึ่งได้อุบัติใหม่ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การตื่นตัวของคนทั่วโลกได้เกิดขึ้นหลังจากพบการติดเชื้อและส่งผลให้มีการเสียชีวิต ทำให้หลาย ๆ องค์กรด้านสาธารณสุขต่างประชาสัมพันธ์เรื่องของไวรัสชนิดนี้และแนวทางการดูแลตัวเอง

ไวรัสโคโรนา 19 เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยการคลุกคลี เข้าใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนี้อยู่แล้ว โดยติดเชื้อผ่านละอองฝอยของน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยติดเชื้อ จากการจาม ไอ หรือการสัมผัส ซึ่งวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 19 ด้วยตัวเราเอง คือ อย่าเอามือปิดปากเวลาไอหรือจาม เนื่องจากทำให้เชื้อโรคติดมือ และมือของเรานี่เองที่จะไปสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เช่น ราวบันได ปุ่มกดลิฟต์ และทำให้ผู้อื่นที่มาสัมผัสต่อเสี่ยงที่จะติดเชื้อตามไปด้วย ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวในเวลาไอหรือจาม คือ การใช้ทิชชู่ปิดปาก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกระจาย และควรนำทิชชูนั้นไปทิ้งถังขยะที่มีฝาปิด แต่หากในกรณีที่ไม่มีทิชชู ให้ใช้ต้นแขนด้านในปิดปากและจมูก ด้วยการนำแขนข้างใดข้างหนึ่งมาจับไหล่ฝั่งตรงข้ามของตัวเอง และที่สำคัญหากมีการไอหรือจามแล้ว ควรรีบล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล

การล้างมือเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราห่างไกลจากไวรัสโคโรนา 19 ได้เป็นอย่างดี แต่ต้องล้างมืออย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ขั้นตอนด้วยกัน เริ่มจากขั้นที่ 1 คือ การล้างมือโดยใช้ฝ่ามือถูกัน 2. ใช้ฝ่ามือถูหลังฝ่ามือและซอกนิ้ว 3. ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกนิ้ว 4. ใช้หลังมือถูฝ่ามือ 5. ใช้ฝ่ามือถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบ 6. ใช้ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ และ 7. คือการใช้ฝ่ามือถูรอบข้อมือ ซึ่งการล้างมือนั้นสามารถใช้สบู่ทั่วไปในการฆ่าเชื้อไวรัสนี้ได้

วิธีการล้างมือที่ถูกต้อง

จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า ไวรัสโคโรนา 19 นั้นติดต่อได้จากการไอหรือจาม ดังนั้นการรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันละอองฝอยที่มาจากการไอหรือจามของผู้อื่นจึงสำคัญ ซึ่งระยะห่างที่ปลอดภัย คือ 2 เมตร เพราะละอองฝอยที่มาจากการไอหรือจามสามารถกระจายได้ในระยะ 1 เมตร

รักษาระยะห่างระหว่างกัน 2 เมตร

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อการป้องกันที่ดียิ่งขึ้น คือ หน้ากากอนามัย แต่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันเราจากไวรัสได้ก็ต่อเมื่อเราใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี

วิธีการที่ถูกต้องในการสวมหน้ากากอนามัย คือ ล้างมือก่อนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อสวมใส่ให้นำด้านสีเข้มหรือด้านที่ความมันวาวออกด้านนอก เพราะด้านนั้นจะเป็นด้านที่กันน้ำหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้ เวลาใส่ควรให้หน้ากากคลุมให้ปิดจมูก ปากและคาง และคล้องหูให้พอดี กดลวดให้เข้ากับรูปสันจมูก เมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้วควรทิ้งในภาชนะที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและควรล้างมือทันที เพราะอาจมีเชื้อไวรัสติดอยู่ที่มือของเราร่วมด้วย

วิธีการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี

การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอาจมีเชื้อโรคติดอยู่ ก็ใช่ว่าเราจะสามารถทิ้งแบบปกติได้ทันที ซึ่งวิธีการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ คือ การพับ ซึ่งการพับนั้นจะต้องพับครึ่งหนึ่งของหน้ากาก จัดสายคล้องหูให้เรียบร้อย พับครึ่งหน้ากากต่ออีก 2 ทบ และเอาใส่คล้องหูนั้นรัดเอาไว้ และนำไปทิ้งภาชนะที่มีฝาปิด

หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วควรทิ้งให้ถูกวิธี

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่เดินทางในช่วงเวลานี้ แต่ก็มีจำนวนคนไม่น้อยที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทางอยู่ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากเจ้าไวรัสนี้ ต้องเริ่มจากการพกหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล๋เจลติดกระเป๋าไว้อยู่ตลอด หมั่นสังเกตคนรอบข้าง รวมถึงตัวเอง หากมีอาการน่าสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ควรสวมหน้ากากอนามัยในทันที หากมีการเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้วพบว่าตัวเองมีอาการน่าสงสัยภายใน 14 วัน เช่น อาการไอ มีไข้ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบสวมหน้ากากอนามัยและไปพบแพทย์

สิ่งที่ควรทำเป็นประจำเสมอระหว่างเดินทาง คือ การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงสถานที่แออัด เต็มไปด้วยผู้คน ไม่สัมผัสสัตว์ป่วยหรือตาย ในขณะทีสิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การสัมผัส หู จา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หรือการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ช้อน เป็นต้น

This entry was posted in News.